Aller au contenu

usufruit article 1417 à 1428

Lois thaïlandaises sur l’usufruit

L’usufruit est un concept juridique basé sur le droit civil thaïlandais.
En Thaïlande, il fait partie de la catégorie des droits réels et est régi par les articles 1417 à 1428 ( voir si dessous l’ensemble des articles extrait de la lois du code civil et commercial thaïlandais ).
Un droit d’usufruit est souvent enregistré et utilisé pour protéger les intérêts d’un conjoint étranger dans un bien immobilier en Thaïlande enregistré comme propriété personnelle de son conjoint thaïlandais. Le conjoint étranger a transféré l’argent utilisé pour l’achat comme cadeau (conditionnel) au conjoint thaïlandais et le conjoint thaïlandais donne en retour le droit d’usufruit au conjoint étranger.


Article 1417. Un bien immobilier peut être soumis à un droit d'usufruit (contrat d'usufruit accordant le droit d'usufruit) en vertu duquel l'usufruitier a droit à la possession, à l'usage et à la jouissance du bien.
Il a le droit de gestion des biens.
L'usufruit d'une forêt, d'une mine ou d'une carrière donne droit à l'usufruitier à l'exploitation de la forêt, de la mine ou de la carrière.

Article 1418. Un usufruit peut être créé soit pour une durée déterminée, soit pour la vie de l'usufruitier. Si aucun délai n’a été fixé, l’usufruit est présumé pendant toute la vie de l’usufruitier.
S'il est créé pour une durée déterminée, les dispositions de l'article 1403, paragraphe 3, s'appliquent mutatis mutandis.
Dans tous les cas, l'usufruit prend fin au décès de l'usufruitier.

Article 1419. Si un bien est détruit sans qu'une indemnité soit versée, le propriétaire n'est pas tenu de le restituer; mais s'il le fait dans une certaine mesure, l'usufruit renaît dans cette mesure.
Si une indemnité est versée, le propriétaire ou l'usufruitier doit restituer le bien dans la mesure où cela est impossible, eu égard au montant de l'indemnité reçue, et l'usufruit reprend dans cette mesure ; mais, si la restitution est impossible, l'usufruit prend fin et l'indemnité doit être partagée entre le propriétaire et l'usufruitier au prorata du préjudice subi respectivement par eux.
Les mêmes règles s'appliquent mutais mutandis en cas d'expropriation ainsi qu'en cas de destruction partielle du bien ou d'impossibilité partielle de restituer le bien.

Article 1420. Lorsque l'usufruit prend fin, l'usufruitier doit restituer le bien au propriétaire.
L'usufruitier est responsable de la destruction ou de la dépréciation du bien, à moins qu'il ne prouve que le dommage n'a pas été causé par sa faute.
Il doit remplacer tout ce qu'il a consommé injustement.
Il n'est pas tenu d'indemniser la dépréciation provoquée par une utilisation raisonnable.
Article 1421. L'usufruitier doit, dans l'exercice de ses droits, prendre soin des biens comme le ferait une personne de prudence ordinaire pour ses propres biens.

Article 1422. Sauf disposition contraire dans l'acte créant l'usufruit, l'usufruitier peut transférer l'exercice de son droit au tiers. Dans ce cas, le propriétaire du bien peut poursuivre directement le cessionnaire.

Article 1423. Le propriétaire peut s'opposer à toute utilisation illégale ou déraisonnable de la propriété.
Si le propriétaire prouve que ses droits sont menacés, il peut exiger une caution de l'usufruitier, sauf le cas du donateur qui s'est réservé l'usufruit du bien donné.
Si l'usufruitier ne fournit pas de caution dans un délai raisonnable fixé à cet effet ou si, malgré l'opposition du propriétaire, il continue à faire usage du bien de manière illégale ou déraisonnable, le tribunal peut nommer un séquestre pour gérer le bien à sa place. . Une fois la garantie donnée, le tribunal peut libérer le séquestre ainsi nommé.

Article 1424. L'usufruitier est tenu de conserver la substance du bien inchangée et est responsable de l'entretien ordinaire et des jolies réparations.
Si des réparations ou des mesures importantes sont nécessaires à la conservation du bien, l'usufruitier doit en informer immédiatement le propriétaire et en permettre l'exécution. En cas de défaillance du propriétaire, l'usufruitier pourra faire exécuter les travaux aux frais du propriétaire.

Article 1425. Toutes les dépenses extraordinaires doivent être supportées par le propriétaire, mais afin de faire face à celles-ci ou aux dépenses relevant de l'article précédent, il peut réaliser une partie de la propriété à moins que l'usufruitier ne veuille avancer les fonds nécessaires sans facturer d'intérêts.

Article 1426. L'usufruitier doit, pendant la durée de l'usufruit, supporter les dépenses liées à la gestion de la propriété, payer les impôts et taxes, et être responsable des intérêts payables sur les dettes qui pèsent sur lui.

Article 1427. Si le propriétaire l'exige, l'usufruitier est tenu d'assurer le bien contre la perte au profit du propriétaire; et si les biens sont déjà assurés, il est tenu de renouveler cette assurance à l'échéance. Il doit payer les primes de l'assurance pendant la durée de son usufruit.

Article 1428. Aucune action du propriétaire contre l'usufruitier ou son cessionnaire en relation avec l'usufruit ou vice versa ne peut être inscrite plus d'un an après la fin de l'usufruit. Mais dans le cas d'une action du propriétaire qui ne pouvait pas connaître la fin de l'usufruit, la prescription d'un an court à compter du moment où il en a eu ou aurait dû en avoir connaissance.

 

สิทธิเก็บกิน ( EN THAILANDAIS )

มาตรา 1417 อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกิน อัน เป็นเหตุให้ผู้ทรงสิทธินั้นมีสิทธิครอบครอง ใช้ และถือเอาซึ่งประโยชนแห่ง ทรัพย์สินนั้น ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน ผู้ทรงสิทธิเก็บกินในป่าไม้ เหมืองแร่ หรือที่ขุดหิน มีสิทธิทำการแสวง ประโยชน์จากป่าไม้ เหมืองแร่ หรือที่ขุดหินนั้น

มาตรา 1418 สิทธิเก็บกินนั้น จะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลาหรือตลอด ชีวิตแห่งผู้ทรงสิทธิก็ได้ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสิทธิเก็บกินมีอยู่ตลอด ชีวิตผู้ทรงสิทธิ ถ้ามีกำหนดเวลา ท่านให้นำบทบัญญัติ มาตรา 1403 วรรค 3 มาใช้บัง คับโดยอนุโลม ถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินถึงแก่ความตาย ท่านว่าสิทธินั้นย่อมสิ้นไปเสมอ

มาตรา 1419 ถ้าทรัพย์สินสลายไปโดยไม่ได้ค่าทดแทนไซร้ ท่านว่าเจ้า ของไม่จำต้องทำให้คืนดี แต่ถ้าเจ้าของทำให้ทรัพย์สินคืนดีขึ้นเพียงใด ท่านว่า สิทธิเก็บกินก็กลับมีขึ้นเพียงนั้น ถ้าได้ค่าทดแทนไซร้ ท่านว่าเจ้าของหรือผู้ทรงสิทธิเก็บกิน ต้องทำให้ ทรัพย์สินคืนดีเพียงที่สามารถทำได้ตามจำนวนเงินค่าทดแทนที่ได้รับ และสิทธิ เก็บกินกลับมีขึ้นเพียงที่ทรัพย์สินกลับคืนดี แต่ถ้าพ้นวิสัยที่จะทำให้กลับคืน ดีได้ สิทธิเก็บกินก็เป็นอันสิ้นไป และค่าทดแทนนั้นต้องแบ่งกันระหว่างเจ้า ของทรัพย์สิน และผู้ทรงสิทธิเก็บกินตามส่วนแห่งความเสียหายของตน วิธีนี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมถึงกรณีซึ่งทรัพย์สินถูกบังคับซื้อและกรณีซึ่ง ทรัพย์สินสลายไปแต่บางส่วน หรือการทำให้คืนดีนั้นพ้นวิสัยในบางส่วน มาตรา

1420 เมื่อสิทธิเก็บกินสิ้นลง ผู้ทรงสิทธิต้องส่งทรัพย์สินคืนแก่ เจ้าของ ถ้า ทรัพย์สินสลายไป หรือเสื่อมราคาลง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องรับผิดเว้น แต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินใช้ทรัพย์สินสิ้นเปลืองไปโดยมิชอบ ท่านว่าต้องทำให้ มีมาแทน ถ้าทรัพย์สินเสื่อมราคาเพราะการใช้ตามควรไซร้ ท่านว่าผู้ทรงสิทธิเก็บ กินไม่จำต้องใช้ค่าทดแทน

มาตรา 1421 ในการใช้สิทธิเก็บกินนั้น ผู้ทรงสิทธิต้องรักษาทรัพย์สิน เสมอกับที่วิญญูชนพึงรักษาทรัพย์สินของตนเอง มาตรา 1422 ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนิติกรรมอันก่อให้เกิด สิทธิเก็บกินไซร้ ท่านว่าผู้ทรงสิทธิจะโอนการใช้สิทธิของตนให้บุคคลภายนอก ก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นเจ้าของทรัพย์สินอาจฟ้องร้องผู้รับโอนโดยตรง

มาตรา 1423 เจ้าของทรัพย์สินจะคัดค้านมิให้ใช้ทรัพย์สินในทางอัน มิชอบด้วยกฎหมาย หรือมิสมควรก็ได้ ถ้าเจ้าของพิสูจน์ได้ว่าสิทธิของตนตกอยู่ในภยันตราย ท่านว่าจะเรียกให้ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินหาประกันให้ก็ได้ เว้นแต่ในกรณีซึ่งผู้ให้ทรัพย์สินสงวนสิทธิ เก็บกินในทรัพย์สินนั้นไว้เพื่อตนเอง ถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินละเลยไม่หาประกันมาให้ภายในเวลาอันควร ซึ่ง กำหนดให้เพื่อการนั้น หรือถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินมินำพาต่อคำคัดค้านแห่งเจ้า ของยังคงใช้ทรัพย์สินนั้นในทางอันมิชอบด้วยกฎหมาย หรือมิสมควรไซร้ ท่าน ว่าศาลจะตั้งผู้รักษาทรัพย์เพื่อจัดการทรัพย์สินแทนผู้ทรงสิทธิเก็บกินก็ได้ แต่ เมื่อหาประกันมาให้แล้ว ศาลจะถอนผู้รักษาทรัพย์ที่ตั้งขึ้นไว้นั้นก็ได้

มาตรา 1424 ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจำต้องสงวนภาวะแห่งทรัพย์สินมิให้ เปลี่ยนไปในสารสำคัญ กับต้องบำรุงรักษาปกติและซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย ถ้าจำเป็นต้องซ่อมแซมใหญ่ หรือมีการสำคัญอันต้องทำเพื่อรักษาทรัพย์สิน ไซร้ ท่านว่าผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องแจ้งแก่เจ้าของทรัพย์สินโดยพลัน และต้อง ยอมให้จัดทำการนั้น ๆ ไป ถ้าเจ้าของทรัพย์สินละเลยเสียท่านว่าผู้ทรงสิทธิ เก็บกินจะจัดทำการนั้นไปโดยให้เจ้าของทรัพย์สินออกค่าใช้จ่ายก็ได้

มาตรา 1425 ค่าใช้จ่ายอันเป็นการจรนั้น ท่านว่าเจ้าของต้องเป็นผู้ ออก แต่เพื่อจะออกค่าใช้จ่ายเช่นว่านี้ หรือค่าใช้จ่ายตามความใน มาตรา ก่อน เจ้าของจะจำหน่ายทรัพย์สินบางส่วนก็ได้ เว้นแต่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจะเต็มใจ ทดรองเงินตามที่จำเป็นโดยไม่คิดดอกเบี้ย

มาตรา 1426 ในระหว่างที่สิทธิเก็บกินยังมีอยู่ ผู้ทรงสิทธิต้องออกค่าใช้ จ่ายในการจัดการทรัพย์สินตลอดจนเสียภาษีอากร กับทั้งต้องใช้ดอกเบี้ยหนี้สิน ซึ่งติดพันทรัพย์สินนั้น

มาตรา 1427 ถ้าเจ้าของทรัพย์สินต้องการ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจำต้อง เอาทรัพย์สินประกันวินาศภัยเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของทรัพย์สิน และถ้าทรัพย์ สินนั้นได้เอาประกันภัยไว้แล้ว ผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องต่อสัญญาประกันนั้นเมื่อ ถึงคราวต่อ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องเสียเบี้ยประกันภัยระหว่างที่สิทธิของตนยังมีอยู่

มาตรา 1428 คดีอันเกี่ยวกับสิทธิเก็บกินในระหว่างเจ้าของทรัพย์สิน กับผู้ทรงสิทธิเก็บกิน หรือผู้รับโอนนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อเกินปีหนึ่ง นับแต่วันสิทธิเก็บกินสุดสิ้นลง แต่ในคดีที่เจ้าของทรัพย์สินเป็นโจทก์นั้น ถ้าเจ้าของไม่อาจรู้ว่าสิทธิเก็บกินสุดสิ้นลงเมื่อใด ท่านให้นับอายุความปีหนึ่ง นับตั้งแต่เวลาที่เจ้าของทรัพย์สินได้รู้ หรือควรรู้ว่าสิทธิเก็บกินสิ้นสุดลง

 

 

 

 

fr_FRFrançais